¥aoi Besuto View my profile

[How To] Pass a scholarship test ♥

posted on 24 Dec 2011 19:32 by bestperformance-5 directory Knowledge, Diary, Idea
สวัสดีค่า Cool
เมื่อกี้เข้าเอ็กซ์ทีนมา แบบนี่เราเข้าผิดเว็บรึเปล่า5555เปลี่ยนไปเยอะมาก
แบบไม่ได้เข้านานมากเกือบปีแน่ะ Foot in mouth แต่ตอนนี้กลับมาละนะ
 
เรื่องของเรื่องคือเมื่อวานนี้ ไปสอบชิงทุนมา
แล้วดันติดซะงั้น เพื่อนก็ถามเยอะมากว่าสอบเป็นไงบ้าง ก็เลยเขียนในนี้เลยดีกว่า
แต่ที่เราจะเขียนนี่คือ ชิงทุนไปเรียนต่อต่างประเทศในชั้น High School นะ
 
 
แต่ขอบอกก่อนว่า  
 
คะแนนเราไม่ได้ดีเพราะไม่ได้อ่านเลย

SLEP ได้แค่ 45 เป๊ะๆ
Listenning ได้ 80
essay (หรือ reading ไม่แน่ใจน่ะค่ะ ถ่ายรูปมาแล้วมันเบลอ) ได้แค่ 65
interviewing ได้ 70
 
ที่ๆเราไปสอบคือ EF(<-คลิกเข้าไปดูรายละเอียดมูลนิธิได้Money mouth)
 
1.) เวลาเตรียมตัว - 1 อาทิตย์ เพราะ ตอนนั้นเราไปพารากอน แล้วมีงานเรียนต่อต่างประเทศ
เราเลยไปขึ้นไปดู แล้วก็มีพี่เค้ามาชวนให้ไปสอบ เราก็โทรหาพ่อ พ่อเราโอเค เราก็สมัครเลยตรงนั้น
 
2.)   ค่าสมัคร  - ปกติแล้ว 300 บาท แต่เราสมัครที่งานที่เค้ามาออกบูธเลยแค่ 100
 
3.) สิ่งที่เตรียมตัว - เราไม่ได้อ่านอะไรไปเลย  เพราะ เราสมัครวันอาทิตย์ที่ 22 มกรา แล้วไปสอบ
วันเสาร์ที่ 28 แล้วช่วงนั้นงานก็เยอะมากๆ
 
4.) สถานที่สอบและเวลาสอบ - ลงทะเบียนตอน 8 โมงครึ่ง สอบ 9 โมง สอบเสร็จเที่ยงและ
ประกาศผลตอนบ่ายโมงวันนั้นเลย เราสอบที่จุฬาฯ แต่ๆละครั้งก็คนละที่กันไปนะ
 
5.) ข้อสอบ - ขอแบ่งเป็น 3 ส่วนหลักๆนะ คือ
1.Listenning ที่เราสอบมีประมาณ 70 กว่าข้อ น่าจะประมาณ 74 ข้อ
ก็จะแบ่งอีกนะ ส่วนแรก ประมาณ 25 ข้อ เค้าจะให้รูปมา แล้วเปิดเทปที่พูดช้อยส์ แล้วก็ให้เราเลือกช้อยส์ที่อธิบายภาพได้มากที่สุด และเค้าเปิดแค่ครั้งเดียวเท่านั้น
 
e.g. : what do you see in the picture?
 
a.) people
b.) teenagers
c.) teenagers are jumping
d.) teenagers are swimming
 
อย่างข้อนี้ก็ต้องตอบข้อ c.) นะ คือเค้าจะให้รูปมาในข้อสอบ แล้วก็จะเปืดเทปที่เป็นช้อยส์ให้ฟัง
พอเค้าพูดช้อยส์ข้อ d.) เสร็จปุ๊ป ให้รีบกาเลย  เค้าจะเว้นช่วงแค่แป๊ปเดียวเท่านั้น
 
ส่วนที่สอง เค้าจะเปิดเทปที่มีคนพูดประโยคๆนึง แล้วให้เลือกว่าเค้าพูดตรงกับข้อไหนในช้อยส์ที่ให้มา แต่ช้อยส์ค่อนข้างจะคล้ายกัน แต่พาร์ทนี้ง่ายที่สุดของ listenning แล้ว
 
e.g. : Everybody is going to the cinema except Mary is going to the pool.
 
a.) Nobody is going to the cinema and Mary is going to the pool.
b.)
Everybody is going to the cinema except Mary is going to the pool.
c.) Everybody is at the cinema except Harry is going to the pool.
d.) Everybody is at the cineme except Mary is running to the pool.
 
ก็ต้องตอบข้อ b.) นะ  อันนี้ง่ายที่สุดแล้ว ตรงนี้เรามั่นใจทุกข้อ แล้วก็คิดว่าคะแนนส่วนมากน่าจะมา
จากตรงนี้ด้วย55555  ต้องตั้งใจฟังดีๆ ฟังข้อต่อข้อ พลาดแล้วก็ปล่อยไป
 
ส่วนที่สาม conversations and talks ตรงนี้เราว่ายากที่สุดแล้วของ listenning
เค้าจะพูดๆมา เรื่องเดียวแต่ให้ใช้ตอบ 3 ข้อมั่ง ข้อเดียวมั่ง
 
e.g. : Man : I will take this shirt back to the store.
Woman : Why? it looks good on you.
Man : It was lost the buttons! And it was very expensive
 
question : Why will the man return the jacket to the store
a.) He dislikes it.
b.) It doesn't look good.
c.) It's a brand new
d.) The buttons were lost.
 
ข้อนี้ก็ต้องตอบข้อ d.) แต่ของจริงจะไม่ง่ายอย่างงี้นะ แล้วเนื้อเรื่องก็จะต่อกันด้วย
สมมติข้อ 1 ถามพูดถึงเรื่อง รองเท้า ข้อต่อๆไป ก็จะพูดถึงเรื่องรองเท้าอันนั้น
 
2.Reading ของเราจะแบ่งเป็น 3 อันย่อยๆ
ส่วนที่หนึ่ง เค้าจะให้รูปมารูปนึง แล้วก็เขียนในรูปเป็น a.)  b.)  c.)  d.)
แล้วก็จะให้ประโยคมา คือใช้ช้อยส์อันเดียวกัน แต่คำถามคนละอันกัน อย่างเช่น
I love swimming! แล้วข้อ a.) เป็นรูปผู้หญิงว่ายน้ำอยู่ก็ต้องตอบข้อนั้น
พาร์ทนี้ง่ายที่สุดแล้วของ reading
 
ส่วนที่สอง ก็ให้เป็นรูปเหมือนกัน แต่เป็นโจทย์ข้อต่อข้อเลย
พาร์ทนี้ง่ายกว่าพาร์ทเมื่อกี๊อีก
 
ส่วนที่สาม ส่วนนี้ยากสุดของ reading คือจะให้เนื้อเรื่องมา แล้วเว้นช่องว่างไว้ให้เราเติม
บางทีก็จะให้ศัพท์เหมือนกันมา แต่จะเป็น noun, adjective, verb, adverb แตกต่างกันไป
แต่บางอันก็ความหมายต่างกันไปเลย คนละคำกันไปเลย แล้วก็จะมีให้ไปกาช้อยส์ด้วย
โดยใช้เนื้อเรื่องที่เราทำนั่นแหละ ก็คือถ้าทำตรงนั้นผิด ตรงนี้ก็อาจจะผิดไปด้วย
 
ข้อสอบชุดต่อมา คือ essay น่ะค่ะ ต้องแต่งอย่างน้อย 250 คำขึ้นไป
ของเราเค้าถามเกี่ยวกับว่า 'ถ้าได้เป็นนักเรียนทุน EF จริงๆจะเป็นนักเรียนทุนแบบไหน
แล้วสนใจ ตื่นเต้นเกี่ยวกับอะไรในประเทศที่เราจะไป และคิดว่าคนประเทศนั้นเป็นยังไง'
ให้เวลา 20 นาทีเท่านั้นและต้องเขียนเป็นภาษาของประเทศที่เราจะไป
 
 
ส่วนอีกชุดนึงคล้ายๆจะเป็นด้าน EQ นะ เค้าจะถามประมาณว่า อยู่กับบ้านที่ไม่มี internet ได้มั้ย
อยู่กับคนแก่ คนผิวสี อยู่ในชนบทได้มั้ย  ยอมทำกิจกรรมร่วมกับ host family ได้รึเปล่า รับกฏของ
เค้าได้มั้ย ไม่อยากพักกับ host แบบไหน ฯลฯ  เขียนไปตามจริงนะ ไม่งั้นจะมีปัญหาทีหลังตอนที่ไป
 
 
สอบสัมภาษณ์ ของเรากรรมการเค้าใจดีนะ เค้าไปก็ทักเราก่อนเลยแล้วก็ยิ้มด้วย
แล้วเค้าก็จะถามเกี่ยวกับครอบครัวเรา โรงเรียนเรา เพื่อนเรา แล้วก็อะไรอีกนิดๆหน่อยๆ
ที่จะวัดดูว่าเราคุยกับเค้ารู้เรื่องมั้ย  มากกว่าร้อยละ 80 ผ่านสัมภาษณ์นะ
ใครผ่านก็จะได้ซองขาวๆ แล้วข้างในจะเป็นจดหมายเชิญไปประชุมนะ Cool
 
 
ข้อสอบของแต่ละปีเหมือนกันมั้ย เราไม่รู้ แต่ก็น่าจะประมาณเดียวกัน
ขอแนะนำว่าให้เตรียมเขียน essay กับ reading ให้ดีเลย เพราะเราคิดนานมากจนทำไม่ทัน
มั่วไปหลายข้อ ส่วน essay ก็เขียนวกไปวนมา หลงประเด็นด้วยอ่ะ5555555
 แต่เราไม่ได้ไปปีนี้อ่ะ คือโควต้ามันเต็ม แล้วอายุยังไม่ถึงด้วย
ใครจะไปสอบก็เตรียมตัวไปดีๆนะ โชคดีทุกคน Smile
***ข้อสอบชุดเดียวกันหมดนะไม่ว่าจะเรียนอยู่ชั้นอะไร***
 
 
 
ใครมีอะไรถามได้นะ ถ้ารู้ก็จะตอบให้ :D